Tags: ข่าวบอล

อังกฤษระเบิดฟอร์มสุดโหดในศึก UEFA Nations League หลัง อังกฤษถล่มโครเอเชีย 7-0 ถึงเมืองริเยกา เมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม 2569 โดย แฮร์รี เคน และบูกาโย ซาก้า ยิงคนละ 2 ประตู ส่วน จู๊ด เบลลิงแฮม ทำ 1 ประตู พร้อม 3 แอสซิสต์ พาทีมของ โธมัส ทูเคิล เก็บชัยแบบขาดลอยที่สุดเกมหนึ่งในยุคของเขา Reuters
ชัยชนะครั้งนี้ยังกลายเป็น ชัยชนะสูงสุดของอังกฤษในประวัติศาสตร์ UEFA Nations League และในอีกมุมก็เป็นความพ่ายแพ้หนักที่สุดของโครเอเชียในประวัติศาสตร์ทีมชาติด้วย England Football
เกมเริ่มได้เพียง 8 นาที อังกฤษก็ออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ จู๊ด เบลลิงแฮม แทงบอลทะลุแนวรับโครเอเชียให้ แฮร์รี เคน หลุดเข้าไปยิงผ่าน โดมินิค ลิวาโควิช แบบเด็ดขาด
ประตูนี้เหมือนเปิดประตูน้ำ เพราะหลังจากนั้นอังกฤษคุมเกมได้แทบทั้งหมด โดยเฉพาะการเคลื่อนที่ของแนวรุกที่เล่นกันเร็วและสลับตำแหน่งตลอดเวลา Reuters
นาที 21 เบลลิงแฮมเปลี่ยนจากคนจ่ายมาเป็นคนยิง หลัง อันโธนี กอร์ดอน เก็บบอลจากลูกเปิดของซาก้าแล้วส่งกลับเข้ากลาง ก่อนเบลลิงแฮมเข้าชาร์จจ่อ ๆ ให้ทีมหนีเป็น 2-0
ฟอร์มของกองกลางเรอัล มาดริดในเกมนี้ถือว่าโดดเด่นมาก เพราะสุดท้ายเจ้าตัวจบเกมด้วย 1 ประตู และ 3 แอสซิสต์ เรียกได้ว่าแทบทุกจังหวะอันตรายของอังกฤษมีชื่อเขาเข้าไปเกี่ยวข้อง Reuters
ก่อนหมดครึ่งแรก อังกฤษยังเดินหน้าบุกต่อแบบไม่ผ่อน
นาที 39 อันโธนี กอร์ดอน ทำประตูที่สาม จากการเข้าฮอสลูกเปิดของ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ก่อนที่ช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เบลลิงแฮมจะเปิดบอลให้ บูกาโย ซาก้า ยิงแบบไม่มีตัวประกบ ส่งอังกฤษนำห่างถึง 4-0 ตั้งแต่พักครึ่ง Reuters
ถือเป็นครึ่งแรกที่แทบไม่มีข้อผิดพลาดจากฝั่งอังกฤษ ทั้งการเพรส การเปลี่ยนเกม และความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้าย
แม้จะนำอยู่ 4-0 แต่พอกลับมาครึ่งหลัง อังกฤษยังไม่คิดผ่อนเกม
นาที 53 เอลเลียต แอนเดอร์สัน พาบอลเจาะแนวรับก่อนเปิดเรียดไปเสาไกลให้เคนสไลด์เข้าชาร์จ เป็นประตูที่สองของเจ้าตัว และขยับสกอร์เป็น 5-0 Reuters
สองประตูในเกมนี้ยังทำให้เคนเพิ่มสถิติในทีมชาติอังกฤษเป็น 89 ประตูจาก 124 นัด และกำลังเข้าใกล้สถิติด้านจำนวนการลงสนามของ ปีเตอร์ ชิลตัน เข้าไปอีก Reuters
นาที 68 ความผิดพลาดของแนวรับโครเอเชียเปิดทางให้ ซาก้า หลุดเข้าไปยิงประตูที่สองของตัวเอง ทำให้สกอร์ไหลไปถึง 6-0
ก่อนหมดเวลา 3 นาที เบลลิงแฮมยังจัดแอสซิสต์ที่สามของเกม ด้วยการแทงบอลให้ตัวสำรอง มอร์แกน โรเจอร์ส หลุดเข้าไปยิงประตูที่เจ็ด ปิดเกมด้วยสกอร์ 7-0 อย่างสมบูรณ์แบบ Reuters
ผู้ทำประตูของอังกฤษเกมนี้คือ:
แฮร์รี เคน นาที 8, 53
จู๊ด เบลลิงแฮม นาที 21
อันโธนี กอร์ดอน นาที 39
บูกาโย ซาก้า นาที 45, 68
มอร์แกน โรเจอร์ส นาที 87 England Football
หลังจบเกม เคนถึงกับพูดถึงผลงานนัดนี้ว่าเป็นเกมที่ทีมทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งตอนมีบอลและไม่มีบอล Reuters
สำหรับ โธมัส ทูเคิล เกมนี้น่าจะเป็นหนึ่งในฟอร์มที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เข้าคุมอังกฤษ เพราะทีมไม่ได้แค่ยิงเยอะ แต่ยังเล่นด้วยความเร็ว มีการเพรสที่ชัดเจน และบีบให้โครเอเชียเสียบอลในพื้นที่อันตรายหลายครั้ง
จุดเด่นอีกอย่างคือแนวรุกทั้งสี่คนอย่าง เคน, ซาก้า, กอร์ดอน และเบลลิงแฮม เชื่อมเกมกันได้ดีมาก และแทบทุกคนมีส่วนกับประตูโดยตรง
ฝั่งโครเอเชียต้องเจอกับหนึ่งในคืนที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติ
พวกเขามีโอกาสทองอยู่บ้าง เช่นจังหวะของ มาเตโอ โควาซิช ที่แย่งบอลได้ในกรอบและหลบ จอร์แดน พิคฟอร์ด ไปแล้ว แต่กลับยิงหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย Reuters
หลังจากนั้นแนวรับของทีมเริ่มเสียความมั่นใจ และมีจังหวะจ่ายบอลพลาดหลายครั้ง โดยเฉพาะประตูที่หกที่เกิดจากการเสียบอลหน้าประตูตัวเอง
สุดท้ายทีมของ สลาเวน บิลิช ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ 0-7 ซึ่งถือเป็นสกอร์ที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ beIN SPORTS
แม้ อังกฤษถล่มโครเอเชีย ถึง 7-0 แต่ในตารางกลุ่ม A3 พวกเขายังรั้งอันดับสองด้วย 6 คะแนนจาก 3 นัด
จ่าฝูงยังเป็นสเปนที่มี 9 คะแนนเต็ม หลังเอาชนะสาธารณรัฐเช็ก 3-1 ในคืนเดียวกัน ขณะที่โครเอเชียมี 3 คะแนน ส่วนเช็กยังไม่มีแต้ม Reuters
ดังนั้นเส้นทางแย่งจ่าฝูงยังไม่จบ และอังกฤษยังต้องรักษาฟอร์มแบบเกมนี้ให้ได้ต่อเนื่อง
สุดท้าย อังกฤษถล่มโครเอเชีย 7-0 ด้วยฟอร์มเกมรุกที่แทบสมบูรณ์แบบ
แฮร์รี เคน และบูกาโย ซาก้า เหมาคนละ 2 ประตู ส่วนเบลลิงแฮมทั้งยิงและจ่าย รวมถึงกอร์ดอนและโรเจอร์สที่ช่วยกันปิดสกอร์ครบ 7 ลูก Reuters
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้อังกฤษเก็บสามแต้มสำคัญใน Nations League แต่ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่าทีมของทูเคิลมีศักยภาพในเกมรุกสูงมาก หากสามารถรักษาความเข้มข้นแบบนี้ได้ต่อเนื่อง
ติดตามข่าวฟุตบอล ข่าวบอลล่าสุด และบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ tdedgoal.com