Tags: ข่าวบอล

สถิติชนะรวดของ ซีเนดีน ซีดาน ต้องหยุดลงแล้ว หลัง ฝรั่งเศสเสมออิตาลี 1-1 ในศึก UEFA Nations League ที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ เมื่อคืนวันที่ 2 ตุลาคม 2569
ไมเคิล โอลิเซ่ เป็นคนยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำในนาที 55 ก่อนที่ อเลสซานโดร บาสโตนี่ จะฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของฝรั่งเศส ตีเสมอให้อิตาลีในนาที 68 ส่วนช่วงท้ายเกม ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ได้ใบเหลืองที่สอง ทำให้ทีมตราไก่ต้องจบเกมด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน Reuters
ก่อนเกมนี้ ซีดานเริ่มต้นงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสได้สวยมาก หลังพาทีมบุกชนะตุรกี 1-0 และเบลเยียม 1-0 ในสองนัดแรก
เกมพบอิตาลียังเป็นนัดแรกที่ซีดานได้คุมทีมชาติฝรั่งเศสลงเล่นในบ้านด้วย แต่สุดท้ายยังไม่สามารถเก็บชัยชนะต่อหน้าแฟนบอลที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ได้ ทำให้สถิติชนะ 100% ในช่วงเริ่มต้นของเขาหยุดอยู่ที่สองเกม Reuters
น่าสนใจตรงที่คู่แข่งเกมนี้คืออิตาลี ชาติเดียวกับที่ซีดานเคยลงเล่นเจอในนัดสุดท้ายของอาชีพทีมชาติ ซึ่งก็คือนัดชิงฟุตบอลโลก 2006 ที่อิตาลีชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษ Reuters
ช่วงต้นเกมฝรั่งเศสเป็นฝ่ายครองบอลและบุกกดดันอิตาลีได้มากกว่า แต่ทีมเยือนกลับมีโอกาสอันตรายก่อน เมื่อ มอยเซ่ คีน ได้ยิงจากระยะใกล้ แต่บอลตรงตัว ไมค์ เมญอง
ฝรั่งเศสเองก็เกือบได้ประตูจากจังหวะเปิดของโอลิเซ่ที่บอลแฉลบแล้วไปชนคาน ส่วนอิตาลีตอบโต้กลับด้วยจังหวะของ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ แต่ก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น ทำให้ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 0-0 Reuters
ภาพรวมถือว่าฝรั่งเศสมีบอลมากกว่า แต่แนวรับของอิตาลีจัดการพื้นที่หน้าประตูได้ดี ทำให้เจ้าบ้านยังหาจังหวะจบแบบชัด ๆ ได้ไม่ง่าย
พอเข้าสู่ครึ่งหลัง ฝรั่งเศสเริ่มสร้างโอกาสได้อันตรายขึ้นทันที
เดซีเร่ ดูเอ้ มีจังหวะยิงไกลแต่ถูก จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ปัดออก ก่อนผู้รักษาประตูอิตาลีจะตามมาป้องกันลูกซ้ำของ อุสมาน เดมเบเล่
จากนั้นไม่นาน ฝรั่งเศสก็ได้ประตูที่ต้องการในนาที 55 จากลูกฟรีคิกสั้น รายาน แชร์กี แตะบอลให้ ไมเคิล โอลิเซ่ ก่อนแนวรุกตัวเก่งจะปั่นด้วยซ้ายส่งบอลชนใต้คานเข้าประตูอย่างสวยงาม พาฝรั่งเศสขึ้นนำ 1-0 Reuters
โอลิเซ่ยังคงทำผลงานเด่นต่อเนื่อง หลังเกมก่อนหน้านี้เจ้าตัวเพิ่งลงจากม้านั่งสำรองแล้วยิงประตูชัยให้ฝรั่งเศสบุกชนะเบลเยียม 1-0
แม้ฝรั่งเศสจะเป็นฝ่ายคุมเกม แต่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน
นาที 68 เจ้าบ้านพยายามต่อบอลจากแดนหลัง แต่ ลูกัส ดา กุนญ่า ควบคุมบอลพลาด เปิดโอกาสให้ อเลสซานโดร บาสโตนี่ แย่งบอลได้ ก่อนพาบอลขึ้นหน้าแล้วยิงผ่านเมญองเข้าไป
อิตาลีจึงตามตีเสมอเป็น 1-1 และกลับเข้าสู่เกมได้สำเร็จ Reuters
ถือเป็นจังหวะที่น่าเสียดายสำหรับฝรั่งเศส เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาเป็นฝ่ายสร้างเกมและครองบอลได้มากกว่า แต่กลับถูกลงโทษจากความผิดพลาดของตัวเอง
ช่วงท้ายเกม ฝรั่งเศสยังพยายามเอาประตูชัย โดย เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า มีจังหวะยิงจนดอนนารุมม่าต้องออกแรงเซฟ
แต่แทนที่จะได้ประตูที่สอง เจ้าบ้านกลับต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ได้ใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออกจากสนามในช่วงห้านาทีสุดท้าย Reuters
สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม และเกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม
หลังจบการแข่งขัน ซีดานยอมรับว่ารู้สึกผิดหวัง เพราะมองว่าฝรั่งเศสสมควรได้ผลการแข่งขันที่ดีกว่านี้ แต่เขายังพอใจกับความพยายามและการเพรสของนักเตะตลอดเกม Reuters
มุมหนึ่งเกมนี้แสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสยังสร้างโอกาสและควบคุมการแข่งขันได้ดี แต่รายละเอียดเล็ก ๆ โดยเฉพาะความผิดพลาดในการเล่นจากแดนหลังสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที
สำหรับซีดาน นี่จึงน่าจะเป็นอีกเกมที่ใช้ดูรายละเอียดของทีมได้ดี หลังสองนัดแรกจบด้วยชัยชนะทั้งหมด
แม้ ฝรั่งเศสเสมออิตาลี แต่ทีมตราไก่ยังคงนำจ่าฝูง Nations League กลุ่ม A1 ด้วย 7 คะแนน
ด้านเบลเยียมขยับขึ้นมาเป็น 6 คะแนน หลังเปิดบ้านชนะตุรกี 3-0 จากสองประตูของ เควิน เดอ บรอยน์ และอีกหนึ่งประตูของ โรเมลู ลูกากู ขณะที่อิตาลีมี 4 คะแนน ส่วนตุรกียังไม่มีคะแนน Reuters
ทำให้สถานการณ์ในกลุ่มยังเปิดกว้าง และเกมต่อจากนี้มีความสำคัญกับทั้งฝรั่งเศส เบลเยียม และอิตาลี
สุดท้าย ฝรั่งเศสเสมออิตาลี 1-1 ทำให้ ซีเนดีน ซีดาน พลาดชัยชนะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติ
ไมเคิล โอลิเซ่ ยิงให้ฝรั่งเศสนำก่อนในนาที 55 แต่ความผิดพลาดในการขึ้นเกมจากแดนหลังเปิดโอกาสให้ อเลสซานโดร บาสโตนี่ ยิงตีเสมอในนาที 68
ช่วงท้าย อูปาเมกาโน่ยังมาโดนใบแดงอีก ทำให้ฝรั่งเศสต้องเล่น 10 คนก่อนจบเกม แต่หนึ่งแต้มจากนัดนี้ยังเพียงพอให้พวกเขารักษาตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม A1 เอาไว้ได้ Reuters
ติดตามข่าวฟุตบอล ข่าวบอลล่าสุด และบทวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่ tdedgoal.com